Monday, September 27, 2010

FILMVIRUS (2010, The Underground Office, A+++++)

ความเห็นของผมที่มีต่อหนังเรื่อง FILMVIRUS (2010, สำนักงานใต้ดิน, A+++++)

ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆครับ โดยสิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้ก็มีเช่น

1.ชอบช่วงแรกของหนังที่เหมือนเป็นการเอาสื่อภาพยนตร์ไปจับงานศิลปะ installation โดยเพ่งพินิจงานศิลปะดังกล่าวอย่างละเอียดทุกแง่มุม แต่มันไม่ได้ทำตัวเป็นแค่ "สารคดีเกี่ยวกับงาน installation เท่านั้น" เพราะการละเลียดจ้องมองของมันมีความหมกมุ่นสูงกว่าความเป็นสารคดีเกี่ยวกับงานศิลปะทั่วไป และนั่นก็เลยทำให้ผมเพลิดเพลินกับการดูหนังในส่วนนี้มาก

2.ช่วงแรกของหนังทำให้ผมได้คำนิยามใหม่เกี่ยวกับคำว่า "หนังซ้อนหนัง" หรือช่วงแรกของหนังอาจจะทำให้คำว่า "หนังซ้อนหนัง" ขยายขอบเขตกว้างขวางออกไป เพราะหนังเรื่องนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่จับจ้องไปที่ "สิ่งซึ่งคล้ายฟิล์มหนัง" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนในหนังเรื่องอื่นๆ นั่นก็เลยทำให้หนังเรื่อง FILMVIRUS มี "หนังอีกเรื่อง หรืออีกหลายเรื่อง" ที่ซ้อนอยู่ข้างในตัวมันเองด้วย เพียงแต่มันไม่ได้ปรากฏออกมาในรูปของสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอ แต่ปรากฏออกมาในรูปของเศษซากของฟิล์ม

3.นอกจากนี้ FILMVIRUS ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับหนังซ้อนหนังในรูปแบบปกติอยู่ด้วย เพราะในหนังเรื่องนี้เราจะเห็นชายเปลือยกำลังถือกล้องถ่ายภาพเศษซากของฟิล์มอยู่ มันก็เลยก่อให้เกิดความรู้สึกซ้อนกันไปซ้อนกันมาในแบบที่ผมชอบมากๆ ถ้าจะให้ผมเปรียบเทียบลักษณะการซ้อนกันในช่วงครึ่งแรกของหนังเรื่องนี้อย่างคร่าวๆ ผมก็อาจเปรียบเทียบได้ว่า มันเหมือนกับผมได้ดูภาพวาดภาพนึง ซึ่งผมขอเรียกว่าภาพวาดภาพที่หนึ่ง โดยภาพนั้นเป็นรูปของ "ศิลปินคนหนึ่งที่กำลังวาดภาพภาพที่สอง" และในภาพวาดภาพที่สองนั้น เราก็จะเห็น "เศษซากของภาพวาดภาพที่สาม"

4.หนังเรื่องนี้ทำให้เกิดการตีความต่างๆกันไปหรือก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆกันไป สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำให้ผมคิดไปถึงโดยบังเอิญ ก็คือเรื่อง "การจบสิ้นของแผ่นฟิล์ม" เพราะทุกคนจะหันมาใช้สื่อดิจิตอล, กล้องวิดีโอกันหมดในอนาคต ส่วนสิ่งที่ผมไม่ได้นึกถึง แต่ผู้ชมคนอื่นๆนึกถึง ก็มีเช่นเรื่อง "การหมดตัวของนักฉายภาพยนตร์" เป็นต้น ฮ่าๆๆ

5.อย่างไรก็ดี สิ่งที่ตรงกับรสนิยมของผมอย่างรุนแรงในหนังเรื่องนี้ก็คือช่วงครึ่งหลังของหนัง ที่เป็นภาพของกล้องถ่ายหนังหรือเครื่องฉายหนังหรืออะไรทำนองนี้ในความมืด และมีเสียงดนตรีประกอบในแบบที่ผมชอบมากๆ ช่วงครึ่งหลังของหนังเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุข/เศร้าอย่างรุนแรงมากๆ จากการใช้ภาพและเสียงในส่วนนี้


ถ้าให้ผมต้องฉายหนังเรื่อง FILMVIRUS ควบกับหนังเรื่องอื่นๆ ผมก็อยากฉายหนังเรื่องนี้ควบกับหนังที่เล่นกับ "ม้วนฟิล์ม" หรือ "ม้วนวิดีโอ" เหมือนๆกัน อย่างเช่นเรื่อง

1.OPEN REEL (1976, Dalibor Martinis, Croatia)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปินที่เอาเทปวิดีโอมาพันใบหน้าของตัวเอง ขณะที่เทปวิดีโอนั้นไหลออกมาจากล้องวิดีโอ และกล้องวิดีโอนั้นก็กำลังบันทึกภาพศิลปินคนนี้ขณะกำลังเอาเทปวิดีโอมาพันหน้าตัวเองอยู่

ดูคลิปบางส่วนของ OPEN REEL ได้ที่นี่
http://www.youtube.com/watch?v=ROPh1Wud3eY


2.WILHELM NOACK OHG (2009, Simon Starling)

อันนี้เป็นงาน installation ที่ใช้สื่อภาพยนตร์มาร่วมด้วย ถ้าเข้าใจไม่ผิด ในห้องที่จัดฉายหนังเรื่องนี้ เราจะได้ดูหนังซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทวิลเฮล์ม โนค ขณะกำลังผลิตงานประติมากรรมโลหะชิ้นหนึ่ง และในห้องนั้น ก็จะมีการจัดแสดงงานประติมากรรมโลหะนั้นด้วย และมีการเอาตัวฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้ไปพันผูกระโยงระยางกับตัวงานประติมากรรมชิ้นนั้น ขณะที่ฟิล์มภาพยนตร์นั้นกำลังไหลเข้าหรือไหลออกจากเครื่องฉายภาพยนตร์

ดูคลิปจากงานจัดแสดงนี้ได้ที่
http://vimeo.com/6099439
http://www.youtube.com/watch?v=F5oF9nQYYXw

1 comment:

FILMSICK said...

ชอบหนังเรื่องนี้ในระดับA++++++++++++++++++++++
เช่นกันครับ